[Fic] All for you : 20

posted on 26 May 2016 21:14 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Rate : PG 13

 

 

Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
 
 
Chapter 20
 
 
 
 
 
 
 
 

 

งานเลี้ยงจบหลักสูตร กรมยุทธ์ฯ

 

งานเลี้ยงจบหลักสูตรทหารเบื้องต้นจัดขึ้นในค่ายฝึก โดยปกติงานเลี้ยงจบหลักสูตรจะเน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อและไม่ยืดเยื้อเพื่อประหยัดงบของรัฐบาล เพื่อความเป็นกันเองครูฝึกและผู้เข้ารับการฝึกจะแต่งกายด้วยชุดลำลอง ไม่เน้นพิธีการมากนักเนื่องจากต้องการประหยัดงบของกองทัพ เวทีถูกยกขึ้นมาตั้งที่ลานฝึกอย่างเรียบง่าย เครื่องเสียงถูกจัดไว้อยู่ข้างเวที อาหารบุฟเฟ่ต์ถูกนำมาจัดเรียงอยู่อีกด้านนึงของสนาม นิชคุณถูกเชิญให้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเริ่มงาน

 

อูยองมองไปยังผู้พันหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีเขียวทหารตัวเก่งกับกางเกงยีนส์ ชายหนุ่มเดินด้วยท่วงท่าสบายๆขึ้นมาบนเวที แม้เจ้าตัวจะไม่ชอบขึ้นเวทีก็ตามหากไม่มีท่าทางประหม่าให้เห็นสักนิด ใบหน้าหล่อมีรอยยิ้มจางๆ ตาคมมองไปทั่วอย่างผ่อนคลาย แสงแฟลชมากมายจากกล้องและมือถือถูกยกขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย อูยองก็แอบถ่ายรูปนิชคุณไว้ด้วยสายตา...ไม่ใช่มือถือ

 

“ผมและครูฝึกทุกคนขอแสดงความยินดีกับทุกคนด้วยที่ผ่านการฝึก หวังว่าผู้เข้ารับการฝึกจะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ไปตลอดหลักสูตรไปเพื่อช่วยเหลือและทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สังคมและประเทศชาติของเรา”

 

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกัน ผู้เข้ารับการฝึกต่างยิ้มอย่างยินดี

 

“นอกจากนี้....ผมยังมีข่าวดีอีกเรื่องจะบอกทุกคน”

 

ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ รอฟัง

 

 

นิชคุณยิ้มก่อนจะบอกต่อ “ตอนนี้กรมได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่จบหลักสูตรทหารเบื้องต้นนี้สามารถสอบเพื่อบรรจุเป็นพลทหารได้”

 

 

เฮ!!!!!!!!!!!!!

 

เสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม!!!

 

 

“เฮ้ย! ชานซอง! อย่างนี้มึงก็สอบรรจุทหารได้แล้วสิ” อูยองหันไปบอกชานซอง

 

ชานซองที่ยังคงมีอาการนิ่งค้าง ตาไม่กระพริบ ในหัวได้ยินซ้ำๆว่า ผู้ที่จบหลักสูตรทหารเบื้องต้นนี้ สามารถสอบเพื่อบรรจุเป็นพลทหารได้

 

“มึง!! ได้ยินมั้ย!! ชานซอง! มึงมีสิทธ์สอบแล้วเว้ย!!!” อูยองเขย่าไหล่เพื่อนเพื่อเรียกสติ

 

ชานซองหันมามองอูยองตามแรงเขย่า คำพูดอูยองตอกย้ำมากยิ่งขึ้น เขา....มีสิทธ์สอบบรรจุเป็นทหารแล้ว! ชานซองยิ้มกว้างก่อนจะหันกลับไปมองนิชคุณอีกครั้ง ชานซองไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนที่จะอธิบายความรู้สึกได้มากกว่าคำว่า-ขอบคุณ-

 

นิชคุณยิ้มให้กับภาพตรงหน้า ก่อนจะบอกต่อ “หลักสูตรทหารเบื้องต้นสามารถเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ต้องขอบคุณนายพลพัค แล้วก็คณะกรรมการทุกคนที่เปิดโอกาสให้กว้างขึ้น เพราะฉะนั้น ใครที่ตั้งใจจะสอบรรจุทหารในปลายปี ผมขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือแล้วก็ฝึกร่างกายให้ดี ผมขอให้ทุกคนโชคดี และสำหรับคืนนี้ ขอให้ทุกคนสนุกให้เต็มที่ครับ” นิชคุณบอกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากเวที

 

เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้น พร้อมกับเสียงเพลงและแสงไฟบนเวที เป็นสัญญาณว่างานได้เริ่มขึ้นแล้ว อูยองมองไปบนเวที นักดนตรีเปิดเพลงจังหวะเบาๆ ชานซองยังคงยิ้มกว้างบนใบหน้า ดีใจที่สุดที่มิสิทธิสอบบรรจุทหาร

 

“ชานซอง ไปเตรียมตัวหลังเวทีเถอะ” ควอนเรียกชานซองที่ยืนยิ้มค้าง

 

อูยองปรายตามองคนเรียกเพียงแว่บเดียวแล้วก็ตวัดตากลับ ควอนก็ไม่มองมาทางอูยองเลย

 

ชานซองกระพริบตาเมื่อสมองเพิ่งประมวล แล้วจึงหันไปหาอูยอง “กูไปก่อนนะ เดี๋ยวแสดงเสร็จแล้วจะมาหา”

 

“ไม่ต้องห่วงน่า กูอยู่กับผู้พัน” อูยองตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างที่จงใจให้กว้างกว่าปกติเวลาเอ่ยคำว่าผู้พัน

 

“...” ควอนสะบัดหน้าแล้วรีบเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์

 

ชานซองละสายตาจากเพื่อนผมทองมองไปยังผู้มาใหม่ ก่อนจะส่ายหัวช้าพลางบ่นลอยๆ “มึงเนี่ยน๊า...”

 

“...” อูยองยักไหล่อย่างไม่แคร์ เขารู้ว่าชานซองไม่อยากให้เขาหาเรื่องควอน แต่มันอดไม่ได้นี่นา เห็นท่าทางคอแข็งของควอนแล้วก็อยากจะโชว์เหนือสักหน่อย 

 

“ไม่คิดจะเป็นเพื่อนกับควอนหน่อยหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว พร้อมกับแขนล่ำพาดมาบนไหล่

 

“ผมไม่ใช่คนหาเรื่องมันก่อนเสียหน่อย”

 

“เห็นๆกันอยู่” ตาคมมองเด็กหนุ่มอย่างตำหนิ

 

“...” อูยองเม้มปากเล็กน้อย หากแต่ไม่ได้เถียงอะไร

 

“ไปนั่งตรงนั้นกันดีกว่า” พูดจบก็ชี้ไปทางเก้าอี้ด้านข้าง มือใหญ่คว้าไหล่เล็กให้เดินตามมาด้วย

 

“จะไปนั่งหลบมุมทำไมครับ เราน่าจะอยู่กลางฟลอร์ เต้นให้มันไปเลย! งานแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ!” อูยองร้องประท้วง

 

“...” ตาดำสนิทกำลังบอกว่า...อย่าหวังเลย!

 

“แต่บนเวทีผู้พันบอกว่า...คืนนี้ขอให้สนุกให้เต็มที่”

 

ตาคมมองสบตาเรียวที่มีแววซุกซน ชายหนุ่มชั่งใจ ใจนึงยอมรับว่าหวงแต่อีกใจก็อยากตามใจ อย่างน้อยคืนนี้อูยองก็อยู่ในสายตา ปล่อยให้ลูกแมวได้สนุกสักหน่อยคงไม่เป็นไร ชายหนุ่มจึงพยักหน้า

 

อูยองหัวเราะอย่างถูกใจ ก่อนจะหันไปหยิบแก้วเบียร์ติดมือไปแถวๆหน้าเวทีด้วย อูยองยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเพราะรู้ว่าตาคมกำลังมองตามแผ่นหลังของตน

 

 

 

“สวัสดีค่ะผู้พัน” เสียงแหลมเล็กเอ่ยทักชายหนุ่มที่เธอหมายตา

 

“สวัสดีครับ คุณมินจี”

 

“เรียกจีจี้ดีกว่าค่ะ คนกันเองแท้ๆ” หญิงสาวเอียงหน้ายิ้ม พลางแตะมือลงบนต้นแขนล่ำ

 

นิชคุณเหลือบตามองไปทางอูยองทันที หากแต่เด็กหนุ่มกำลังหันหน้าเข้าหาการแสดงบนเวที ไม่ได้หันหลังมามองทางเขาเลย จึงตวัดตากลับมาที่หญิงสาว ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหญิงสาวจึงเข้ามาในงานได้ ทั้งๆที่งานนี้จัดขึ้นในค่ายทหาร จึงลองถามดู “คุณจีจี้มากับท่านนายพลหรือครับ”

 

“ใช่ค่ะ งานน่าสนุกจังเลยนะคะ อุ้ย...ดูบนเวทีสิคะ” หญิงสาวรีบเบี่ยงประเด็น แขนเล็กเอื้อมไปแตะแขนล่ำอีกครั้งอย่างจงใจ

 

“อ่อ...ครับ” นิชคุณตอบในลำคอ หากตาคมจับจ้องไปที่ร่างบางหน้าเวทีเสียมากกว่า สมองกำลังครุ่นคิดหาทางที่จะหนีจากสถานการณ์ตรงนี้

 

“จีจี้ก็อยากยืดเส้นยืดสายบ้าง แต่เขินจังถ้าต้องเต้นคนเดียว” หญิงสาวปรายตาหวานมาทางชายหนุ่มข้างกายอย่างเว้าวอน

 

“เอ่อ...ผมไม่เต้นครับ คุณจีจี้คงต้องหาเพื่อนเต้นคนอื่นแล้ว”

 

“งั้น...จีจี้สอนเองค่ะ มาค่ะ” หญิงสาวถือวิสาสะคว้าข้อมือชายหนุ่ม พลางฉุดให้ลุกขึ้นยืน

 

นิชคุณค่อนข้างตกใจกับการกระทำของหญิงสาว ตาคมตวัดมองไปทางร่างบางหน้าเวทีทันที แต่เด็กหนุ่มผมทองก็ไม่มีทีท่าจะหันหลังกลับมา

 

หญิงสาวตวัดตามองไปตามสายตานิชคุณ ก็คาดเดาได้ว่าชายหนุ่มน่าจะมองไปทางอูยองทำเอาเธอหงุดหงิด จึงออกแรงฉุดรั้งมากขึ้น แต่นิชคุณก็ยังฝืนตัวไว้

 

“ไม่ครับ!” ชายหนุ่มตอบอย่างสุภาพ หากแต่คำพูดที่สั้น กอรปกับแววตาที่ตอนนี้ฉายแววกระด้างก็ทำเอาหญิงสาวชะงักงันไป

 

“โอ๊ะ” หญิงสาวจึงแกล้งทำเป็นเสียหลักเอนตัวเข้านิชคุณแทน

 

“...” นิชคุณนิ่ง ไม่พูดไม่ตอบใดๆ หากตาดำกลมสนิทมองหญิงสาวด้วยความเย็นชาทำเอาคนถูกมองต้องหลบตา

 

มินจีเอนตัวออกห่างชายหนุ่มทันที รู้สึกชาไปทั้งหน้า ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าตาคู่นี้จะกดดันทำเอาเธอพูดไม่ออกทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

 

“ผมคิดว่าคุณมินจีอยู่ที่นี่คงไม่เหมาะ เพราะที่นี่มีแต่ทหารผู้ชาย ท่านนายพลก็คงจะไม่ชอบใจนัก” นิชคุณเอ่ยขึ้นมาตรงๆ เพราะคิดว่าหญิงสาวกำลังล้ำเส้นเข้ามาเรื่อยๆ เขาควรจะพูดตรงๆตั้งแต่ตอนนี้

 

หญิงสาวทำได้เพียงก้มหน้าหลบตา คำพูดปฎิเสธตรงๆนั้นกึ่งตำหนิเธอเสียด้วยซ้ำ ตาดำที่บ่งบอกว่าเอาจริงนั่นทำให้เธอไม่กล้าตื้อนิชคุณอีก จึงจำใจจากไป “งั้น ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะคะ”

 

นิชคุณเพียงก้มหัวให้อย่างมีมารยาท หากไม่ได้เอ่ยตอบใดๆ

 

 

 

...หมับ....

 

เสียงตบบ่าจากเพื่อนรัก แทคยอน และแจบอม 

 

“สวัสดีครับผู้พัน” จุนโฮเอ่ยทักก่อนจะนั่งข้างๆแจบอม ด้วยจุนโฮอายุน้อยกว่า จึงเลือกที่จะทักทายอย่างเคารพแทน

ผู้พันหนุ่มหันไปมอง ยิ้มกว้างที่เห็นผู้มาใหม่ทั้ง 3 ก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วเบียร์จากแจบอม พลางถาม “หายหัวไปไหนมาวะ”

เพื่อนทหารทั้งหมดดูจะเข้าใจเหตุการณ์ได้ดี เพียงแค่ดูจากสีหน้าผู้พันหนุ่มที่ดีใจ และสีหน้าหญิงสาวที่ดูผิดหวังเมื่อนิชคุณแยกตัวออกมา

 

“ก็...สงสารสาวเจ้า ดูสิ...เดินหงอยไปนั่นแล้ว” แจบอมเอ่ยขึ้นเมื่อพวกเขาได้ที่นั่งด้านข้างของงาน ซึ่งไม่ค่อยมีคนมากนัก คนไปยืนกันหน้าเวทีเสียมากกว่า

 

“แล้วไม่สงสารกู”

 

“สงสารทำไม อิจฉาเสียมากกว่า ดูสิ...สาวสวยทอดสะพานให้ขนาดนี้ มีที่ไหน” แจบอมเอ่ยแซว

 

“ขอให้มึงได้แบบนี้นะ พระเจ้าประทานพร....”

 

“เฮ้ย....อย่าแช่งกันสิผู้พัน! แซวเล่นหน่อยเดียวเอง” แจบอมรีบแย้ง

 

“แปลก วันนี้ผู้พันไม่หนี ปกติงานบันเทิงแบบนี้ผู้พันเผ่นกลับทันทีที่ลงจากเวทีนะ” แทคยอนแซวด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบ

 

“ถ้าปกติ...ก็คงกลับ” ตาคมมองเด็กหนุ่มผมทองที่กำลังโยกตัวเบาๆอยู่หน้าเวที ในมือมีแก้วเบียร์ท่าทางเหมือนเด็กเที่ยวชัดๆ เช่นเคยอูยองสร้างโลกส่วนตัวโยกหัวเบาๆไปตามท่วงทำนองเพลงไม่สนใจสายตาหรือคนรอบข้าง เด็กหนุ่มปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเสียงเพลงอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางอย่างนั้นน่ามองขนาดไหน ตาคมได้แต่เฝ้ามองเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาใกล้

 

“แต่นี่ไม่ปกติ...เพราะ.....” แทคยอนถาม

 

“นึกออกแล้ว!! กูก็ว่าคุ้นๆ อูยองคือนักร้องที่ผับที่โซลใช่มั้ยผู้พัน!” แจบอมละสายตาจากอูยองแล้วหันมาหานิชคุณ

 

“ผับไหนวะ” แทคยอนถาม

 

“ก็ที่โซลไง ที่พวกเราไปประชุมครั้งล่าสุดแล้วไปเที่ยวกันอ่ะ” แจบอมบอก

 

“เออ...จริงด้วย ใช่แน่ๆ อูยองแน่ๆ เฮ้ย...ทำไมเพิ่งนึกออกวะ” จุนโฮบ่นกับตัวเองประโยคสุดท้าย

 

“นักร้องบนเวทีที่เร่าร้อน เซ็กซี่ น่ากิน....โอ้ย!!” แทคยอนพูดไม่ทันจบก็โดนนิชคุณผลักไหล่แรงๆเพื่อเบรคคำพูดกวนประสาทนั่นเสียก่อน

 

“สัส! เพิ่งนึกออกหรอวะ พวกมึงนี่!” พูดแล้วก็ส่ายหัว

 

“อย่าบอกนะว่าผู้พันเล็งไว้ตั้งแต่ที่ผับ เชทททท มิน่า...เด็กแม่มไม่รอด!” แทคยอนบอกพร้อมเอาฝ่ามือตบหน้าผากตัวเอง

 

“ถามจริงๆ ผู้พันไม่คิดจะบอกพวกเราเลยหรอ เรื่องเด็กผู้พันเนี่ย” แจบอมถาม

 

“ถึงไม่บอกพวกมึงก็รู้กันอยู่ดี จะให้บอกทำไม” นิชคุณยกแก้วเบียร์ที่เพิ่งรับมาขึ้นดื่ม

 

“ให้บอกเพราะว่ามันเหลือเชื่อไง!” แจบอมบอก ใครจะไปคิดว่าผู้พันหนุ่มจะชอบเด็กหนุ่มผมทองคนนี้ ผู้พันที่ไม่สนใจความรักอย่างนิชคุณ ผู้พันที่ไม่เคยชอบผู้ชาย

 

“กูก็แทบไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน” พูดตอบด้วยท่าทางสงบนิ่งเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาก่อนจะหันไป

 

“แล้ว....กับอูยอง....โอเคดี? คุยกันเข้าใจ?” แจบอมเอ่ยถาม

 

ชายหนุ่มพยักหน้า

 

“วะ! ทำไมเรื่องแม่มง่ายวะ ทั้งๆที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้แท้ๆ” แทคยอนเกาหัวไปบ่นไป

 

“แสสสสส มึงอยากเห็นกูมีปัญหาหรือไง!”

 

“ก็ใช่สิ! รอหัวเราะเยาะอยู่เนี่ย! แม่ม!!!”

 

นิชคุณส่ายหัวให้กับเพื่อนรัก

 

“คืนนี้หลังจบงานหลายคนจะไปต่อที่แดนซ์ฟลอร์ผับ ผู้พันไปมั้ยครับ” จุนโฮถาม

 

“ถ้าเด็กผู้พันไป ผู้พันก็ต้องไปอยู่แล้ว จริงมั้ย” แทคยอนส่งสายตาล้อๆไปยังผู้พันหนุ่ม

 

“มันจะไปหรือเปล่า ท่าทางไม่มีใครคบอย่างนั้น” นิชคุณพูดยิ้มๆ ตาคมมองเด็กผมทองที่ยืนสร้างโลกส่วนตัวอยู่คนเดียวหน้าเวทีแบบไม่สนใจใคร

 

แจบอมมองสบตาแทคยอนที่ขยับปากเป็นคำว่า ‘อูยองไป 5 พันวอน

 

จุนโฮส่ายหัวพลางขยับปาก ‘อูยองไม่ไป 5 พันวอน

 

แจบอมถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ‘อูยองไป 5 พันวอน

 

 

.........................

 

 

แดนซ์ฟลอร์ผับ ที่เกาะเจจู

 

 

“ร้านนี้มันร้านตึ้ดๆไว้ยืดเส้นยืดสาย มาแล้วก็อย่านั่งเฉยๆมึง ลุกขึ้นมาสิวะ! เต้นให้มันส์ไปเลย!” ทันทีที่ได้โต๊ะ อูยองก็เอ่ยชวน

 

“กูเต้นไม่เป็น ขอนั่งดูมึงเต้นดีกว่า” ชานซองส่ายหัวยิ้มๆ ขณะมองเด็กผมทองยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ร้านนี้เนืองแน่นไปด้