[Fic] All for you : 19

posted on 07 May 2016 15:21 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Rate : PG 13

 

 

Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
 
 
Chapter 19
 
 
 
 
 
 

ลานฝึกหทารหลักสูตรพิเศษ

 

วันนี้ครูฝึกสอนการใช้ปืนสั้น เริ่มตั้งแต่การรู้จักปืนว่าตรงไหนคืออะไร มีหน้าที่อะไร และการใส่กระสุน รวมไปถึงการยืน การถือปืน การเล็งปืนและสุดท้ายการลั่นไกปืน ทหารฝึกหัดทุกคนตั้งใจเรียนด้วยความสนอกสนใจ หากแต่อูยองยืนทำหน้าบูด ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เมื่อเห็นนิชคุณมายืนดูการสอนวันนี้ด้วย นึกเคืองเล็กๆที่ผู้พันหนุ่มไม่เห็นจะบอกกันเลยว่าวันนี้จะมา ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันแท้ๆ แล้วจู่ๆในหัวก็มีภาพเขากับนิชคุณ หลังจากเป็นแฟนกันได้ นิชคุณก็มักจะเกาะแกะ นัวเนียทุกครั้งที่มีโอกาส นึกถึงตรงนี้แล้วทำเอาเด็กหนุ่มผมทองต้องรีบกลั้นยิ้ม เพราะมัวแต่คิดเพลินๆอูยองก็ไม่ได้ฟังการสอนเลย

 

เมื่อการเรียนการสอนผ่านไป ช่วงสุดท้ายก็เป็นช่วงทดสอบฝีมือ ครูฝึกนำเป้ากระดาษแขวนไว้ให้ทุกคนได้ลองยิงปืนตามที่เรียนมา แต่ละคนต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้ยิงปืนแม้จะเป็นเพียงกระสุนปลอมก็เถอะ ครูฝึกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเพื่อทำการซ้อม

 

ชานซองพอสังเกตุออกว่าอูยองดูจะกังวลจึงช่วยทบทวนวิธีการยิงปืนให้อีกที อูยองพยายามตั้งใจฟังและจดจำที่ชานซองบอกไว้ ตาเรียวยังฉายแววกังวลเพราะตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ถึงคิวที่เขาต้องไปซ้อมยิงปืนแล้ว เด็กหนุ่มหยิบปืนมาที่โต๊ะเฉกเช่นคนอื่น สมองทบทวนสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่บรรจุกระสุนแต่ยิ่งตั้งใจก็ยิ่งชักช้าเงอะงะ จนเผลอทำกระสุนหล่น

 

“ไม่ต้องรีบ” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นข้างตัว

 

เด็กหนุ่มหยุดมือ เบือนหน้าไปมองก็พบผู้พันหนุ่ม ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และพอครูฝึกที่ยืนคุมโต๊ะสบตานิชคุณ ครูฝึกก็ปลีกตัวไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้เขายืนอยู่ตรงนั้นตามลำพังกับนิชคุณ

 

“เริ่มใหม่ ใจเย็นๆ” นิชคุณส่งเสียงบอกอูยองอย่างใจเย็น

 

แปลกที่เขารู้สึกสงบใจลงเมื่อเสียงทุ้มฟังดูให้กำลังใจอยู่ในที เด็กหนุ่มจึงเริ่มใหม่อย่างช้าๆแบบที่นิชคุณบอก และมันก็ไม่ติดขัดแบบในตอนแรกแล้ว ทำเอาอูยองเริ่มมีความหวัง อูยองยกปืนขึ้นเล็งไปที่เป้า ตาเรียวหรี่มองเป้าหมาย

 

“มือซ้ายล็อคข้อมือขวาไว้ จับปืนให้มั่น” นิชคุณเตือนเมื่อเห็นว่าอูยองจัดท่าไม่ถูกต้อง

 

อูยองขมวดคิ้วเล็กน้อยพยายามจัดท่าตามที่นิชคุณบอก

 

“มีสมาธิ เล็งแล้วเหนี่ยวไก”

 

อูยองจึงกลับมาตั้งใจกับการเล็งเป้า พร้อมกับเหนี่ยวไกออกไป แรงดีดดันให้มือเขาสะบัดเล็กน้อย ตาเรียวชำเลืองมองผู้พันหนุ่มข้างๆทันที ก่อนจะเอ่ยอย่างร้อนตัว “ยิงปืนครั้งแรกใครเขายิงแม่นกันล่ะ เนอะ”

 

“จับปืนยังไม่ถูกเลย ไม่ตั้งใจเรียน!” เสียงทุ้มมีแววดุ

 

“จิ๊!!” อูยองส่งเสียงขัดใจรอดไรฟัน ตาเรียวตวัดมามองผู้พันหนุ่มคล้ายจะบอกว่า ถ้าไม่ให้กำลังใจก็เงียบไปเลย!’

 

ตาคมมองสบตาเรียวแบบไม่สะทกสะท้านสักนิด

 

อูยองหันกลับมาเล็งเป้าใหม่ก่อนจะยิงส่งเดชไปอย่างไม่มีสมาธิและอารมณ์เสีย โดยมีนิชคุณยืนดูอยู่ข้างๆ ไม่รู้เลยว่าหลายคนต่างจับตามองและเริ่มเชื่อว่าอูยองเป็นเด็กผู้พันจริงๆ เพราะเวลาคนอื่นซ้อมยิงปืนนิชคุณเพียงแค่เดินดูห่างๆ แต่กับอูยองนิชคุณถึงกับมายืนข้างๆเลยทีเดียว ทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้เข้ารับการฝึก และสายตาหลายคู่ก็ลอบชำเลืองมองไปยังควอนว่ามีปฎิกริยาเช่นใด เพราะควอนนั้นเคยขึ้นชื่อว่าสนิทกับนิชคุณที่สุด

 

งานนี้น่าจะมีการโค่นตำแหน่งกัน

 

.

 

.

 

หลังจากการฝึกช่วงเช้าเสร็จสิ้น ผู้เข้ารับการฝึกก็รวมตัวกันเพื่อปรึกษาถึงการแสดงที่ผู้เข้ารับการฝึกจะแสดงในงานเลี้ยงจบหลักสูตร เป็นประจำทุกปีที่จะมีงานเลี้ยงให้เหล่าครูฝึกและผู้เข้ารับการฝึก ปีนี้การแสดงจะมีขึ้นในวันเสาร์ ควอนเสนอให้เต้นโคฟเวอร์เพลงของนักร้องกลุ่มบอยด์แบนด์ชื่อดัง ทุกคนก็เห็นดีด้วย และก็เป็นไปตามคาด ควอนได้รับการเสนอให้เป็นคนฝึกสอนและผู้นำการเต้นครั้งนี้

 

“อูยอง มึงไม่เต้นหรอด้วยกันหรอ คนเต้นกันเกือบหมดเลยนะ” ชานซองเอ่ยชวน

 

“อย่าบังคับเลยชานซอง เต้นโคฟเวอร์ไม่ใช่ง่ายๆ ท่าก็ยากเต้นก็ต้องพร้อมเพรียงกัน เต้นพลาดนิดเดียว อายขายขี้หน้านะเว้ย” ควอนพูดในเชิงปรามาส หางตาเหลือบแลมาทางอูยอง

 

“ไม่อ่ะมึง กูขึ้นเวทีจนเบื่อแล้วตอนอยู่ที่โซล ที่นี่....ให้คนไม่เคย...ทำเถอะ” อูยองปลายตามาทางควอนในประโยคสุดท้าย ถ้าต้องไปเต้นตามไอ่ตาจิกนั่น ฝันไปเถอะ!

 

“ราคาคุย! ใครแม่มก็โม้แบบนี้ได้ว่ะ” ควอนสวนกลับ

 

“แม่ม...อยู่แต่ในกะลา ไม่ได้รู้เลยว่าโลกข้างนอกเขาไปถึงไหนแล้ว” อูยองไม่ยอมแพ้

 

“ไปเหอะอูยอง” ชานซองลากอูยองออกมาพลางส่ายหัวอย่างระอาใจ พอกันทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใคร อูยองกับควอนเหมือนกันที่สุดตรงความดื้อรั้นนี่แหละ

 

................

 

กรมยุทธ์ศาสตร์

 

นิชคุณละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาอ่านข้อมูลอาชญกรรมทางการเงินจากฐานข้อมูลทหารมาหลายชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มพยายามปะติดปะต่อข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เข้ากับพินัยกรรมที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน  ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างใช้ความคิด มีเรื่องที่น่าสนใจบางประเด็นเกี่ยวกับพินัยกรรมที่ระบุว่าเมื่ออูยองอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ จะได้รับโอนหุ้นของห้างสรรพสินค้าจางหากผู้เป็นบิดามารดาเสียชีวิต โดยหุ้นที่พ่อแม่อูยองถือไว้มีถึง 40% ของหุ้นทั้งหมด เดือนหน้านี้เองอูยองก็จะอายุครบ 18 แล้ว และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่นายพลจางเหนี่ยวรั้งอูยองให้อยู่ที่เกาหลีแทนการไปเรียนต่อ เขาคาดเดาว่านายพลจางน่าจะอยากได้หุ้นเหล่านั้นด่วนที่สุด ตามข้อมูลที่เขาได้รับจากเพื่อนซึ่งอยู่หน่วยข่าวกรองหามาให้ครั้งก่อนนายพลจางมีหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องชำระเร็วๆนี้ แต่การจะนำหุ้นเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองก็มีด้วยกันหลายวิธีเท่าที่เขาหาข้อมูลจากคดีอาชญกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนายทหาร

 

อีกเรื่องที่น่าสนใจคืองานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของมินจีที่จัดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กว่าครึ่งของแขกในงานเป็นนักธุรกิจที่นายพลจางได้เชิญมาร่วมงาน รวมถึงการแนะนำตัวหลานชายกับนักธุรกิจเหล่านั้น และพูดพาดพึงเรื่องการบริหารห้างจางอีกด้วยซึ่งออกจะแปลกอยู่ไม่น้อย อูยองยังเล่าให้เขาฟังอีกด้วยว่าท่านนายพลให้อูยองเซ็นต์ยินยอมมอบอำนาจการบริหารห้างจางให้ท่านนายพล ถ้าความคาดเดาของเขาถูกต้อง นี่คือเหตุผลที่นายพลจางไม่ทำร้ายอูยองจนถึงแก่ชีวิต เพราะถ้าอูยองเสียชีวิตไปพร้อมพ่อและแม่ครานั้น นายพลจางจะไม่มีสิทธ์ในห้างจางเลยแม้แต่นิดเดียว หุ้นทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐบาล เพราะตามกฎหมายแล้วหากพ่อแม่เสียชิวิต ทรัพย์สมบัติของพ่อแม่จะตกแก่ลูก หากไม่มีลูกทรัพย์สินจะตกแก่รัฐฯ ยกเว้นเสียแต่ว่าพินัยกรรมจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  

 

เขาเชื่อว่านี่คือเหตุผลที่ท่านนายพลต้องการให้อูยองรอดชีวิตแค่คนเดียว! เพื่อให้อูยองยกหุ้นและมอบอำนาจการบริหารห้างจางให้นั่นเอง!

 

นิชคุณดึงสายตากลับมาที่พินัยกรรมที่วางอยู่บนโต๊ะ ตาคมกวาดไล่ไปทีละหน้าอย่างใช้ความคิด ก่อนจะสะดุดกับชื่อทนายความ มือไวเท่าความคิด ชายหนุ่มลงมือป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ทันทีเพื่อตรวจสอบว่าทนายความที่ดูแลพินัยกรรมฉบับนี้มีความสัมพันธ์ใดกับนายพลจางหรือไม่ และมีประวัติอาชญากรรมใดหรือไม่ เขาต้องตรวจสอบให้ละเอียด บางทีเขาควรจะไปพบทนายคนนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง

 

.........

 

ห้องนอน บ้านพักผู้พันนิกคุน ยามดึก

 

 

“เป็นอะไร” นิชคุณเอ่ยทักเมื่อเห็นอูยองนั่งหน้าบูดอยู่บนเตียง

 

“ลุงจางชวนผมไปทานข้าวเที่ยงพรุ่งนี้ ผู้พันว่ายังไงครับ”

 

“ไปสิ”

 

“ผม...”

 

“ไม่ต้องกังวลไป ฉันอยู่ทั้งคน”

 

ตาเรียวสบตาคมที่ฉายความมั่นใจออกมาเต็มเปี่ยมส่งผลให้คนถูกมองมีกำลังใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายบ่นด้วยความเบื่อหน่าย “ผมเพิ่งเซ็นต์เบิกค่าใช้จ่ายไปเอง ปกติลุงจางจะยุ่งกับผมเดือนละครั้งนะ คราวก่อนก็มาขอให้ผมเซ็นต์มอบอำนาจให้เข้าประชุมบอร์ด แล้วคราวนี้จะอะไรอีก! ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับผมสักที น่าเบื่อ!”

 

นิชคุณยังไม่อยากเล่าเรื่องที่เขาสงสัยให้อูยองฟัง อยากให้แน่ใจกว่านี้ก่อน ไม่อย่างนั้นอูยองอาจจะกังวลได้ “ให้โอกาสเขาเดินเกมส์ จะได้จบเกมส์ง่ายขึ้นไง ไม่ต้องกลัวนะ เราจะช่วยกัน!”

 

อูยองถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย

 

ชายหนุ่มจึงชวนคุยเรื่องอื่นแทนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ “อืม...งานลี้ยงปิดหลักสูตร นายร่วมการแสดงหรือเปล่า”

 

“เต้นตามไอ่ตาจิกน่ะหรอ ฝันไปเถอะ!”

 

“เต้นตาม?”

 

“ก็ในกลุ่มตกลงกันจะเต้นโคฟเวอร์ แล้วไอ่ตาจิกมันเป็นคนสอนเต้น เหอะ! คนอย่างผมไม่ยอมทำตามมันแน่”

 

นิชคุณยิ้มพอใจก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆอูยอง “อย่างนี้นายก็ไม่ร่วมการแสดงอะไรเลยใช่มั้ย”

 

อูยองขมวดคิ้วน้อยๆอย่างสงสัย “ผู้พันอยากให้ผมเต้นด้วยหรอ”

 

“ไม่! นายห้ามขึ้นเวทีอีกถ้าฉันไม่อนุญาติ” นิชคุณบอกเสียงเข้ม

 

“ทำไมอ่ะ บนเวทีผมฮอตมากเลยนะ ใครๆก็....” เด็กผมทองกำลังโวยวาย นี่ผู้พันจะมาหาว่าเขาโม้แบบไอ่ตาจิกหรือยังไง

 

“ฉันรู้” นิชคุณเอนตัวลงนอน แขนยาวเอื้อมไปคว้าไหล่ลูกแมวน้อยพร้อมกดลงให้นอนบนเตียง

 

อูยองดิ้นขลุกขลักให้หลุดจากแขนแกร่ง ตาเรียวมีแววคาดคั้น ปากบางเจี้ยวแจ้ว “เดี๋ยวสิผู้พัน ถ้ารู้แล้วทำไมต้องห้ามด้วยล่ะ! ผู้พันก็เห็นว่าคนในผับคลั่งผมขนาดไหน ทุกคนรอ...”

 

นิชคุณพลิกตัวขึ้นคล่อมเด็กหนุ่มผมทอง ก่อนจะบอก “ก็หวงอ่ะ! ไม่อยากให้ใครมอง!”

 

!!!!

 

ปากบางเม้มเข้าหากัน ตาเรียวหลุบลงต่ำ

 

 

ใครจะชื่นชมเขาแค่ไหนก็ไม่ทำให้เขามีความสุขเท่านิชคุณชมเขา แปลกหรือที่เขาอยากดูดีในสายตานิชคุณ

 

“อยากเก็บไว้ดูคนเดียวมากกว่า” เสียงทุ้มบอกความรู้สึกในใจอย่างตรงไปตรงมา

 

เด็กหนุ่มกลั้นยิ้มเมื่อได้ฟัง แม้จะอายแต่ก็ชอบฟังอะไรแบบนี้เหลือเกิน

 

คนตัวหนาด้านบนค่อยๆโน้มหน้าลงมา กดจมูกตัวเองลงปัดป่ายจมูกเล็กของคนใต้ร่าง ริมฝีปากหนาคลอเคลียริมฝีปากบาง “หวงมากนะ รู้มั้ย”

 

เด็กหนุ่มคล้ายลอยอยู่ในก้อนเมฆนุ่ม ความใกล้ชิดกับนิชคุณแม้จะทำให้ใจเต้น หวิวไหวในอกแต่ก็มีความสุขอย่างประหลาด และเขาเองก็ชักจะเสพติดความสุขแบบนี้เสียแล้วสิ ได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มถือสิทธ์ตามอำเภอใจ

 

นิชคุณปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามใจปรารถนา ชายหนุ่มกดจูบบนริมฝีปากบางดูดกลืนความหวานที่ไม่เคยเบื่อ คนใต้ร่างที่เริ่มมีประสบการณ์การถูกจูบเริ่มตอบสนองจูบตอบเขาอย่างเคอะเขิน มือเล็กที่เริ่มกวัดเกี่ยวรอบคอชายหนุ่มยิ่งทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มลุกโชน แม้อูยองจะไม่ประสีประสาแต่ก็ทำเอาเขาแทบคลั่ง ต่างคนต่างเบียดร่างเข้าหากันและกัน ชายหนุ่มซุกหน้าลงหาซอกคอขาวก่อนจะซุกไซร้ไปที่อกขาวของคนใต้ร่าง ปากหน้าประทับรอยแสดงความเป็นเจ้าของไปตามแผ่นอกขาว

 

คนทั้งคู่ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามที่ธรรมชาติเรียกร้อง บรรยากาศในห้องค่อยๆร้อนระอุขึ้น เสียงครางของอูยองทำเอาชายหนุ่มสะท้านไปทั้งตัว อารมณ์ยิ่งโหมกระพือหยุดไม่อยู่ ชายหนุ่มเร่งเร้าจนคนใต้ร่างร้องครางด้วยความสุขสมอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยพบมาก่อน

 

ราตรีที่แสนยาวนาน คนสองคนรวมเป็นหนึ่ง

 

เพลงรักขับขานกล่อมคนทั้งคู่!

 

 

 

นิชคุณนอนมองเด็กหนุ่มผมทองที่หลับใหลอยู่ข้างกาย ใบหน้าหล่อมีรอยยิ้มประ