[Fic] All for you : 17

posted on 12 Apr 2016 19:17 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Rate : PG 13

 

 

Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
 
 
Chapter 17
 
 
 
 
 

 

นิชคุณขับรถพาอูยองมาริมหาด ชายหนุ่มจอดรถจี๊ปตรงบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนมากนัก อูยองวิ่งลงไปที่ชายหาดทันทีที่นิชคุณจอดรถเสร็จ เด็กหนุ่มผมทองนั่งกอดเข่าที่ชายหาด คางเล็กเกยเข่าตัวเอง สายตาทอดมองไปที่ทะเล นิชคุณเดินตามหลังมาเงียบๆก่อนจะหยุดยืนมองโดยทิ้งระยะห่างไว้ เฝ้ามองอูยองจากทางด้านหลัง ปกติอูยองก็ตัวเล็กอยู่แล้ว ยิ่งนั่งกอดเข่าแบบนี้ยิ่งดูตัวเล็กลงถนัดตา หัวใจผู้พันหนุ่มเหมือนถูกบีบให้เล็กตามไปด้วย ขายาวก้าวไปข้างหน้าก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างอูยองเงียบๆ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้เสียงคลื่นที่ซัดสู่ฝั่งเป็นแบคกราวด์

 

“ผู้พันพูดกับคนของลุงจางว่ายังไง ทำไมพวกนั้นยอมกลับไป” อูยองถามขึ้นอย่างสงสัย

 

“ฉันมีวิธีแล้วกัน ว่าแต่ฉันอยากรู้ว่าทำไมนายไม่อยากไปงานนี้ขนาดนั้น”

 

“ผู้พันอย่าถามเหมือนไม่รู้อะไรได้มั้ย”

 

“ถึงนายจะไม่ชอบนายพลจาง แต่ลูกสาวท่านนายพลก็ญาตินายไม่ใช่หรอ”

 

“ผมเคยเจอพี่มินจีตอนเด็กๆแค่ครั้งสองครั้ง ไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย จะไปทำไม น่าเบื่อพิลึก แล้วถ้าลองลุงจางส่งคนมาเฝ้าผมขนาดนี้ รับรองว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ แล้วมันก็มีอยู่เรื่องเดียวที่ลุงจางอยากยุ่งกับผม” ตาเรียวมีแววดูแคลน

 

ชายหนุ่มเอ่ยอย่างใช้ความคิด “ในการรบ บางครั้งเราก็ต้องเก็บศัตรูไว้ให้ใกล้ตัวเราเพื่อดูความเคลื่อนไหว แม้วันมันจะเสี่ยง”

 

“...” เด็กหนุ่มผมทองเบือนหน้ากลับมามองผู้พันหนุ่มที่นั่งข้างๆ แววตามีรอยกังวล หวาดหวั่นฉายชัด

 

“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหนี สู้กับมัน!” ความอบอุ่นถูกส่งผ่านสายตาและน้ำเสียงทุ้มมายังร่างเล็ก

 

สู้หรอ เด็กหนุ่มไม่เคยคิดสู้หรอก เขาจะเอาอะไรไปสู้ เด็กมัธยมปลายคนนึงจะสู้คนอย่างนายพลที่มีอิทธิพลมากมายได้ยังไง เขาแค่อยากหนีไปไกลๆ ไกลจากคนหิวเงินคนนี้ “ผมไม่ใช่ทหาร! ไม่ใช่นักรบ ผมไม่มีกองทัพ ผมตัวคนเดียว”

 

นิชคุณมองเห็นรอยเหงาในตาเรียว ใครว่าอูยองตัวคนเดียว ไม่จริงเลย! ไม่จริงสักนิด เขาไม่มีวันปล่อยอูยองไว้คนเดียวแน่ๆ ไม่มีวัน!

 

“นายมีฉัน! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายมีฉัน!”

 

ตาเรียวมองสบตาคมที่ทอดมองมาอย่างมั่นคง แม้เขาจะพูดว่าเกลียดนิชคุณ แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านิชคุณคอยช่วยเหลือเขามาตลอด ภาพนิชคุณที่คอยช่วยเหลือเขาตั้งแต่วันแรกที่เขานั่งรถทหารไปค่ายอาสา นิชคุณช่วยเขาตอนโดนน้ำพัด นิชคุณทายาที่มือให้เขา นิชคุณนอนจับมือเขาตอนเขากลัวผี นิชคุณที่มีเรื่องกับพวกอันธพาลที่โซล หัวใจดวงเล็กๆรับรู้ได้ว่านิชคุณพูดจริง ชีวิตที่เหมือนอยู่ตัวคนเดียวมาหลายปี ตอนนี้มีนิชคุณมาคอยเคียงข้าง เขาจะไม่อ้างว้างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ความอบอุ่นไหลทะลักท่วมล้นหัวใจที่แห้งเหี่ยว

 

“จะปกป้องไปตลอด” อูยองเอ่ยคำพูดของนิชคุณคล้ายคนละเมอ

 

ชายหนุ่มยิ้มบางๆก่อนจะบอกย้ำให้คนตรงหน้ามั่นใจ “จะปกป้องไปตลอด”

 

อูยองสะดุดลมหายใจตัวเองเมื่อได้ฟังประโยคนี้อีกครั้ง มันเหมือนคำสัญญาทำให้หัวใจของเขาอุ่นขึ้นทันที ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันไม่นาน แต่เขารู้ตัวดีว่านิชคุณเป็นคนที่เขาไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุดคนนึง เขาอุ่นใจเสมอเมื่อมีนิชคุณอยู่ข้างๆ

 

ใช่....เขาชอบให้นิชคุณอยู่เคียงข้าง

 

เขา...ชอบนิชคุณ

 

“...”

 

“มีอะไรมากมายที่ผู้พันไม่รู้” เด็กหนุ่มเอ่ย

 

“ก็เล่ามาสิ”

 

“เรื่องมันยาวอ่ะผู้พัน” ปกติเขาไม่ใช่คนจะเล่าเรื่องของครอบครัวให้ใครฟัง เพราะไม่อยากให้ชื่อเสียงครอบครัวแปดเปื้อน ไม่อยากให้ใครสงสาร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ และไม่รู้ว่าจะมีใครเชื่อเขารึไม่

 

นิชคุณยิ้มบางๆ “ฉันมีเวลาทั้งชีวิตที่จะฟัง”

 

เวลาทั้งชีวิต....

 

ทั้งชีวิต...ที่จะฟังเรื่องเขาอย่างนั้นหรือ

 

คำๆนี้คือเส้นใยบางๆที่นิชคุณยื่นให้อูยอง

 

เส้นใยบางๆ กำลังทำให้หัวใจที่เงียบเหงาของอูยองอุ่นขึ้น

 

เส้นใยบางๆ กำลังดึงผู้พันหนุ่มให้เข้าใกล้อูยองทีละนิด

 

เส้นใยบางๆ กำลังถักทอให้สายใยแน่นหนาขึ้น

 

เส้นใยบางๆ ที่เชื่อมระหว่างอูยองกับนิชคุณ

 

 

.....

 

 

“ผมคิดว่าลุงจางวางแผนฆ่าพ่อแม่ผม” อูยองพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

 

ตาคมเบิกกว้าง

 

“ไม่เชื่อผมใช่มั้ย”

 

นิชคุณนึกถึงเรื่องที่คุยกับเพื่อนหน่วยข่าวกรอง ในข้อมูลราชการบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แสดงว่าไม่มีหลักฐานอะไรโยงใยถึงการฆ่าคนตายโดยเจตนาได้เลยจริงๆ “ไม่มีหลักฐาน”

 

“ใช่ ผมไม่มีหลักฐานเลยเอาผิดลุงจางไม่ได้ แต่ผู้พันเชื่อผมสิว่าลุงจางเป็นคนทำ!! โชคดีที่วันนั้นผมไม่ได้ไปด้วย ผมเลยรอดมาได้”

 

ผู้พันหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ย “ถ้านายพลจางอยากเอาชีวิตนายคงจะทำไปนานแล้ว ไม่ปล่อยมาเป็นปีแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาจงใจให้นายมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรบางอย่างที่เขายังไม่ได้”  

 

“ลุงจาง...คงเห็นว่าผมเป็นเด็ก รอดมาก็ทำอะไรไม่ได้มาก ผมเลยยังหายใจได้อยู่”

 

ใบหน้าหล่อมีแววครุ่นคิด “พินัยกรรม ขอฉันดูพินัยกรรมได้มั้ย ทนายที่ดูแลพินัยกรรมคือใคร ขอชื่อรายละเอียดหน่อย ฉันจะลองสืบดู”

 

อูยองเบือนหน้ามองผู้พันหนุ่ม “ผมเก็บไว้ที่โซล ไม่ได้เอาติดตัว....”

 

“ไม่เป็นไร ไว้เราค่อยไปเอา”

 

“ผู้พันไม่คิดว่าผมโกหกหรือคิดไปเองหรอครับ”

 

ตาคมมองอูยองนิ่ง “ฉันเชื่อนาย”

 

“..” อูยองพูดไม่ออก ในโลกนี้มีอีกคนที่เขาสามารถพูดเรื่องนี้ให้ฟังได้ เขาไม่ต้องเก็บไว้คนเดียวอีกแล้ว หัวใจดวงน้อยที่เคยแห้งเหี่ยวกลับอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ตาเรียวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตื้นตัน นิชคุณเชื่อในสิ่งที่เขาพูด และพร้อมจะช่วยเขา

 

“นายพลจางมีธุรกิจคาสิโน ต้องใช้เงินมาก ห้างของพ่อแม่นายก็เป็นแหล่งเงินทุนที่ดี มันจะบังเอิญไปหน่อยที่เมื่อนายพลต้องการเงิน พ่อแม่นายก็เกิดเรื่องขึ้นพร้อมกัน รวมถึงนายพลยังยื่นมือมาขอดูแลทรัพย์สินจนกว่านายจะบรรลุนิติภาวะ นายคือกุญแจที่เชื่อมระหว่างท่านนายพลกับเงินมหาศาลนั่น นี่คือเหตุผลที่เขาให้นายรอด”

 

“ผู้พันรู้!!” อูยองอุทานอย่างตกใจ เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มนึกถึงที่นิชคุณเคยบอกว่า นิชคุณรู้จักเขาดียิ่งกว่าตัวเขาเองอีก

 

อูยองตัดสินใจเล่าเรื่องที่ลุงจางเข้ามาวุ่นวายกับเขาตั้งแต่ที่พ่อแม่เขาจากไปพร้อมกับอุบัติเหตุ และเพราะเขายังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงต้องมีญาติมาดูแลทรัพย์สินต่างๆแทนเขาชั่วคราว และลุงจางก็คือคนดูแลคนนั้น แต่โชคดีที่พ่อแม่เขาทำพินัยกรรมโดยจำกัดการเบิกใช้ต่อเดือนไว้ ทำให้ลุงจางไม่สามารถถลุงเงินได้ตามใจปรารถนา แต่ถึงอย่างนั้นลุงจางก็เสวยสุขจากเงินทองของครอบครัวเขาไม่น้อยทุกเดือน และยังโชคดีอีกเรื่องที่ลุงทนายเป็นคนเก่าแก่ที่จงรักภักดีต่อครอบครัวเขา จึงไม่ค่อยให้ลุงจางเบิกจ่ายเงินได้ง่ายดายซึ่งลุงจางก็พยายามจะไล่ลุงทนายออกแล้วนำคนของเขาเข้ามาทำงานแทน

 

“ถึงตอนนี้ผมจะยังไม่รู้เรื่องบริหารธุรกิจเท่าไหร่ แต่ผมจะไปเรียนแล้วจะกลับมาดูแลกิจการครอบครัวผมเอง ผมขอเวลา 6 ปีเพื่อจบปริญญาโท คราวนี้ลุงจางจะมาหยิบเงินครอบครัวผมไม่ได้ง่ายๆแน่” บอกด้วยเสียงมั่นใจ

 

นิชคุณใจหายเมื่อได้ยินว่าอูยองจะไปเรียนนานถึง 6 ปี!! เขาไม่คิดว่าตัวเองจะทนอยู่ห่างอูยองได้นานขนาดนั้น “เรียนที่นี่ก็ได้! ทำไมต้องไปอเมริกา!”

 

“ถ้าผมยังอยู่ที่นี่เขาก็จะมาตื้อทุกวัน น่ารำคาญ! แถมค่าใช้จ่ายในบ้านเขาก็จะมาเบิกเต็มวงเงินทุกเดือน! ถ้าผมไปต่างประเทศวงเงินค่าใช้จ่ายที่นี่ก็เหลือนิดเดียว แล้วอีกอย่างเขาก็เอาบิลปลอมไปให้ผมเซนต์ที่อเมริกาไม่ได้บ่อยๆด้วย ผมจะปกป้องสมบัติครอบครัวได้ 6 ปี ผมว่านี่แหละ...ลุงจางเลยไม่อยากให้ผมไปเรียนต่อ”

 

นิชคุณขมวดคิ้วยุ่ง เรื่องที่อูยองจะไปเรียนนานถึง 6 ปีเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เขาต้องหาทางห้ามให้ได้ แต่ตอนนี้ต้องคิดเรื่องนายพลจางก่อน เขาไม่คิดว่าคนอย่างนายพลจางจะหวังเงินรายเดือนเพียงแค่นี้ “ฉันว่า...มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้นะ นายพลจางน่าจะคิดการใหญ่กว่านี้”

 

“ผมไม่รู้ว่าลุงจางมีแผนอะไร แต่คงหนีไม่พ้นสมบัติพ่อแม่ผมแน่ๆ ”

 

“ถ้าเรายังไม่รู้เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามชัดเจน เราไม่ควรปิดทางฝ่ายตรงข้ามมากนัก ควรเหลือทางเดินให้เขาบ้างเพื่อให้เขาเปิดเผยท่าทีออกมา เราจะได้วางแผนรับมือได้ถูก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด แม้เรื่องอุบัติเหตุการเสียชีวิตของพ่อแม่อูยองจะหาหลักฐานเอาผิดนายพลจางไม่ได้ แต่เห็นได้ชัดว่านายพลจางมีเป้าหมายที่ยังไม่บรรลุอยู่ ไม่ช้าก็เร็วนายพลจางจะต้องเดินหมาก เขาจะวางแผนจับนายพลจางเองพร้อมหลักฐานเอาผิดเอง

 

อูยองมองสบตาคมด้วยความกังวล เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทันเล่ห์เหลี่ยมลุงจาง วางแผนสู้กับคนอื่นเขาทำเป็นที่ไหน เขาเคยแต่ด่าสวน เชิดใส่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยอดทนกับใครทั้งนั้น แล้วนี่จะให้อ่อนข้อ รอลุงจางเผยไต๋น่ะหรอ “ผู้