[Fic] All For You : 12

posted on 26 Jan 2016 14:13 by have-a-khunday in FanFiction

Fan Fiction (BOY LOVE)

Title : All for you

Paring : Khun x Woo

Type : Romantic Comedy

Beta Reader : Madam P

Rate : PG 13

 

 

Warning   ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชายรักชาย หากรับไม่ได้กรุณปิดหน้าต่างไปได้เลยค่ะ  และเป็นฟิคที่แต่งจากจินตนาการ มิใช่เรื่องจริง อาจมีชื่อตัวละครพ้อง/เหมือนกับศิลปินคนหนึ่งคนใด แต่มิได้มีเจตนาทำร้าย หรือสร้างความเสียหายให้แก่ศิลปินแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
 
 
 
 
 
Chapter 12
 
 
 
 
 

นิชคุณจอดรถลงที่ลานโล่งหน้าตลาด มีรถหลายคันจอดอยู่เช่นกัน ที่นี่เป็นตลาดใหญ่แห่งหนึ่งในเกาะเจจู ผู้คนจึงนิยมมาจับจ่ายใช้สอยกัน จริงๆน่าจะเรียกว่าห้างสรพพสินค้ามากกว่าตลาด เพราะร้านค้าต่างๆถูกจัดไว้เป็นสัดเป็นส่วนในอาคารใหญ่ขนาด 5 ชั้นเปิดโล่ง โดยชั้นล่างเป็นส่วนอาหารสดและต้นไม้ ชั้นบนๆเป็นสินค้าพวกเครื่องใช้ ของเล่น เครื่องประดับและเสื้อผ้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ด้วย

 

คนในตลาดหลายคนมองมาที่อูยองกับนิชคุณ หลายคนจำผู้พันหนุ่มได้เพราะเคยได้รับการช่วยเหลือหากแต่ไม่บ่อยนักที่จะพบผู้พันหนุ่มในสถานที่แบบนี้ รู้กันดีว่าผู้พันหนุ่มค่อนข้างเก็บตัว ทำแต่งาน และสายตาหลายคนก็แลเลยไปยังเด็กหนุ่มผมสีอ่อนแปลกตาที่เดินเคียงข้างมากับผู้พันหนุ่ม

อูยองไม่สนใจหรอกว่าสายตากี่คู่จะมองเขา เด็กหนุ่มเชิดใส่ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน จะมีก็แต่สายตาคู่เดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเดินคอแข็งปน

 

เกร็งอยู่ตอนนี้ เขาเกลียดตาดำสนิทของนิชคุณจริงๆ มันทำให้เขาทำหน้าไม่ถูกเลย อูยองเบือนหน้าพลางขมวดคิ้วหันไปมองคนตัวขาวข้างๆ สีหน้าคล้ายไม่พอใจ “ผู้พันมองผมทำไมครับ”

 

คนตัวสูงเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะตอบแบบสบายๆ “ก็...ไม่เจอกันหลายวัน”

 

...เชททททททท.....

 

คำตอบทำเอาเด็กหนุ่มผมทองต้องรีบเบือนหน้ากลับมา ไม่กล้าสบตาคมเอาดื้อๆ ‘หลบตาทำไมวะไอ่อูยอง! ประโยคธรรมดาเว้ย!! ก็...แค่...ไม่เจอกันหลายวัน ’ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมไปได้ยังไงว่าเขาไม่พอใจนิชคุณที่หายไปไม่ยอมส่งข่าวมา ปล่อยให้เขาคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว แล้วที่สำคัญทำไมควอนมันรู้ว่าผู้พันอยู่ปูซาน ทำไม!!!

 

“ผู้พันกลับช้ากว่ากำหนด แต่ไม่บอกสักคำ” เสียงพูดแข็งกระด้าง ปนไม่พอใจ

 

“อืม ยุ่งน่ะ ว่าแต่...ซื้ออะไรให้อินชุกดี” พูดพลางกวาดสายตาไปตามร้านค้าต่างๆ ไม่ได้รู้สักนิดว่าจะ....เป็นเรื่อง

 

อูยองหน้างอไม่พอใจกับคำตอบอืมสั้นๆที่ได้รับ แค่โทรหาเขาเสียเวลาสักนาทีเองมั้ง ไม่มีเวลาสักนาทีเลยรึไง ไหนว่าจะจีบเขาไง คนจีบกันมีใครเขาทำกันแบบนี้ ต้องคอยโทรหา เช้าถึงเย็นถึงไม่ใช่หรอ แม่ม...หน่วยรบจีบคนด้วยการหายหัวหรอวะ

 

 

อูยองหยุดอยู่หน้าร้านขายของเล่นเด็กที่ชั้น 3 สายตามองหาตุ๊กตาน่ารักๆสักตัว เพราะเดาว่าเด็กผู้หญิงต้องชอบตุ๊กตา และก็น่าจะชอบสีชมพู อูยองจึงชี้ไปที่ตุ๊กตาขนาดพอมืออินชุกมาตัวนึง แล้วยื่นให้คนขาย “ห่อของขวัญให้ด้วยนะครับ”

 

นิชคุณหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาพร้อมสอบถามราคาจากคนขาย ก่อนจะยื่นธนบัตรใบละหมื่นวอนไป 3 ใบ ตาคมลอบมองอูยองที่ตอนนี้ทำหน้าบึ้งตึง ชายหนุ่มนึกไม่ออกว่าทำไมจู่ๆอูยองถึงหน้าบึ้งขึ้นมา หรือว่าอูยองยังอารมณ์เสียเรื่องที่ทะเลากับแชยอน แต่ตอนที่เขาชวนมาซื้อของให้อินชุกอูยองยังดูร่าเริงอยู่เลย

 

 

“เป็นอะไร”

 

“..” ไม่ตอบ ไม่มอง ไม่สนใจ ไม่พูดด้วย

 

“มีอะไรก็พูดออกมา” นิชคุณถามเสียงเรียบ

 

“ไหนว่าหลักสูตรนึงของหน่วยรบคือการอ่านท่าทางคนไงครับ แน่จริงผู้พันก็ต้องรู้สิว่าผมคิดอะไรอยู่” เปิดฉากกวนซะเลย

 

“ฉันฝึกอ่านท่าทางคน แต่ไม่ใช่อ่านใจคน” ไม่ได้ตั้งใจจะยอกย้อน แต่มันก็คล้ายจะเป็นอย่างนั้น

 

“...” ปากบางเม้มแน่นอย่างไม่พอใจ

 

“...”

 

“แยกกันตรงนี้นะครับผู้พัน แล้วผมจะไปเยี่ยมอินชุกเองวันหลัง” อูยองพูดลอยๆ โดยไม่มองหน้านิชคุณเพราะยังเคืองนิชคุณอยู่ อย่าถามว่าเคืองอะไร หลายเรื่อง เรียกว่านิชคุณทำอะไรก็ขวางหูขวางตา

 

นิชคุณตวัดตามองอูยองที่ยังคอแข็ง ดูเหมือนยังคงไม่พอใจ “อ้าว....ไหนว่าจะไปด้วยกันวันนี้ไง”

 

“ผมเปลี่ยนใจ” พูดจบก็เดินผละจากไป ระบายอารมณ์ออกเสียบ้างค่อยสะใจหน่อย

 

“อะไรไหนว่าจะไปด้วยกันไง มาเปลี่ยนใจแบบนี้ไม่ได้”

 

“ผู้พันกลับช้ากว่ากำหนด แต่ไม่บอกสักคำ ผู้พันเปลี่ยนใจได้ แต่ผมไม่ได้!?!”

 

ถึงเขาจะรู้ว่าอูยองถูกเลี้ยงดูมาต่างกับพวกเขารวมถึงวัยที่แตกต่างกันด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขารับมืออูยองได้ง่ายขึ้นเลย เขาไม่ชินกับการรับมือคนปากแข็งแบบนี้เลย ให้ไปจัดการพวกทหารเชลยปากแข็งยังง่ายเสียกว่า ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจก่อนจะก้าวตามไปติดๆ

 

 

..

 

...

 

“เท่าไหร่ครับ” อูยองหยุดที่หน้าร้านยิงปืน ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดี ขอยิงปืนระบายอารมณ์แค้นหน่อยดีกว่า

 

“5 นัด ร้อยวอน ยิงลูกโป่งสีฟ้าแตก 3 ใบได้ตุ๊กตานะน้อง” คนขายบอกพร้อมยื่นปืนให้อูยองทันที

 

อูยองวางเงินลงพร้อมรับปืนมายิง เด็กหนุ่มไม่สนใจผู้พันหนุ่มที่เดินตามมาหยุด เยื้องไปด้านข้างไม่ยอมไปไหน อูยองจินตนาการว่าลูกโป่งเป็นหน้าผู้พันเถื่อนแล้วก็เหนี่ยวไก จะยิงให้หน้าแหกเลยเว้ยยยยยยย

 

นิชคุณยืนรอพร้อมใช้ความคิดทบทวนสิ่งที่เขากับอูยองพูดคุยอยู่หลายรอบ ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อูยองเริ่มมีท่าทีโกรธ ผู้พันกลับช้ากว่ากำหนด แต่ไม่บอกสักคำ เขาว่าเขาพอเข้าใจแล้วว่าอูยองโกรธเขาเรื่องอะไร จริงๆเขาตั้งใจจะกลับตามที่บอกอูยองไว้นั่นแหละแต่มีเรื่องด่วนที่ต้องไปประชุมที่ปูซานทำให้เขาต้องกลับล่าช้ากว่ากำหนด ผู้พันหนุ่มอมยิ้มบางๆเมื่อรู้ว่าอูยองกังวลเรื่องที่เขาไม่กลับบ้านและไม่ส่งข่าว นั่นแสดงว่าเขามีความสำคัญกับอูยองทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่สนใจและไม่งอนเขาแบบนี้ แต่ปัญหาคือเขาจะง้อยังไง! ต้องพูดยังไง! สมองผู้พันหนุ่มทำงานอย่างหนัก

 

เขา....ง้อไม่เป็น!!!

 

 

“พี่ ผมซื้อได้มั้ย นี่ผมหมดเงินไปเยอะแล้วนะ” อูยองยังคงไม่สนใจนิชคุณ ตั้งหน้าตั้งตาต่อรองกับคนขายต่อ

 

“ไม่ได้น้อง ง่ายไปก็ไม่สนุกสิ ถ้าน้องยิงได้จะได้ภูมิใจไง ว่าไม่ใช่ได้ง่ายๆนะ แล้วน้องดูตุ๊กตาร้านพี่คุณภาพดีมาก ตัวใหญ่มาก”

 

“3 ลูกมันยากไปอ่ะ ดูดิ ลูกโป่งลูกก็เล็กอยู่ตั้งไกล ยิ่งยากว่ะ”

 

“น้องก็ให้พี่ชายยิงให้ดิ เขาน่าจะ...” พูดพลางชี้ไปยังผู้พันหนุ่มที่ยืนข้างๆอูยอง

 

“ไม่ได้มาด้วยกัน!” อูยองตอบเสียงดัง

 

“...” คนขายเงียบเลย ก็เห็นอยู่ผู้ชายชุดทหารยืนมองไอ่เด็กแสบนี่ไม่วางตา แต่ไหงไอ่เด็กนี่บอกไม่ได้มาด้วยกันวะ

 

“เอาเป็นว่าถ้าลูกโป่งแตก 1 ลูก พี่เอาตุ๊กตาหมาตัวนั้นให้ผม โอเค๊” อูยองยังคงทำเป็นไม่สนใจนิชคุณ

 

“ไม่ได้” คนขายยืนยันเสียงแข็ง

 

 

 

 

“ขอ 5 นัด!” นิชคุณพูดพร้อมวางเงิน ร้อยวอน

 

!!!

 

 

“..” อูยองชะงักเล็กน้อยที่ได้ยินนิชคุณพูด แต่ก็ไม่ยอมหันไปมองนิชคุณที่ตอนนี้ก้าวมายืนข้างกันแล้ว

 

คนขายมองนิชคุณในชุดเสื้อยืดทหารและกางเกงทหารแล้วรีบบอก “โห คุณเป็นทหารใช่มั้ย งั้นต้องยิงลูกโป่งให้แตกทั้ง 5 ใบ”

 

นิชคุณยกปืนยาวขึ้นเล็งไปที่ลูกโป่ง

 

 

ปัง!

 

ลูกโป่งสีฟ้าลูกแรกแตกอย่างง่ายดาย

 

 

ปัง!

ปัง!

ปัง!

ปัง!

 

 

ลูกโป่งสีฟ้าแตกทั้ง 5 ใบ

 

...ตึก...

 

นิชคุณวางปืนลง

 

“ขอตุ๊กตาหมาตัวนั้นด้วย” ชายหนุ่มชี้ไปที่ตุ๊กตาหมาที่อูยองร่ำร้องขอซื้อจากคนขาย

 

คนขายส่งตุ๊กตาให้นิชคุณด้วยใบหน้ายุ่ง ขาดทุนกันพอดีเมื่อเจอคนแม่นปืน

 

อูยองยืนหน้างอ ให้มันได้อย่างนี้สิ มาแย่งตุ๊กตาที่เขาหมายตาไว้จนได้ จะขัดใจเขาไปทุกเรื่องเลยใช่มั้ย! เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจแรงๆ แล้วกระแทกเท้าเดินหนีออกจากร้านยิงปืน

 

“อูยอง!” นิชคุณเรียกเมื่อเดินผ่นหน้าร้านมาได้สักระยะ

 

“...” คนถูกเรียกไม่ยอมหยุด

 

 

...หมับ...

 

มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้

 

ตาเรียวตวัดมองคนตัวสูง

 

“โกรธใช่มั้ย ที่ฉันไม่กลับบ้านหลายวัน และก็ไม่ได้บอกนาย”

 

 

!!!

 

 

คำพูดนั้นกระแทกความรู้สึกอูยองเข้าอย่างจัง โอ้ยยยย จี๊ดดดดดดดดดดดดดดด แทงใจดำ รู้ตัวแล้วก็ดี จะได้ต่อว่าให้สาสม ผู้พันจะต้องโดนเสียบ้าง’

 

“ฉันผิด นายจะลงโทษยังไงว่ามาเลย ปั่นจิ้งหรีด วิดพื้น หรืออะไรก็ได้แล้วแต่นายเลย” นิชคุณบอกชัดเจน ไม่รู้หรอกว่าจะง้อยังไง แต่ลูกผู้ชายทำผิด ก็ต้องยอมรับผิด

 

เหวอ!!

 

เขาไม่ได้คิดจะลงโทษอะไรแบบนั้น จะให้วิดพื้นบ้าบออะไรนั่น ใครเขาทำกันฟระ! เขาแค่อยากระบายอารมณ์ใส่เท่านั้นเอง

 

 

....หมับ....

 

 

นิชคุณคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาพร้อมดันตุ๊กตาหมาใส่มือ

 

“อ่ะ! ฉันให้!”

 

 

!!!!

 

ตุ๊กตาหมาจากร้านยิงปืน

 

ไม่ใช่ช่อกุหลาบแดงเสียหน่อย

 

 

แต่ก็ทำเอาเขาหัวใจเต้นแรง ไม่รู้ตัวเลยว่ารับตุ๊กตาหมานั่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งๆที่คำพูดนั่นก็ห้วนๆสั้นๆ แต่ก็ทำเอาอูยองร้อนไปทั้งหน้า ไม่อยากบอกเลยว่าแค่นี้..อูยองก็หายโกรธไปกว่าครึ่ง จนต้องรีบบอกตัวเองว่าอย่าหายโกรธง่ายๆสิ! โกรธสิวะไอ่อูยอง! ทำหน้าโกรธสิวะ! ด่าแรงๆให้หน้าหงายไปเลยสิวะ ไอ่อูยอง เงียบทำไมวะ! พูดอะไรบ้างสิวะ’

 

“ผู้พัน...ยิงได้ ก็....เอาไปสิ” อูยองอยากจะกัดลิ้นตัวเอง นี่มันคำต่อว่าบ้านไหนกัน เสียงเขาทั้งเบาและสั่น ไม่มีร่องรอยโมโหสักนิด ออกจะดูเขินๆเสียด้วยซ้ำ

 

นิชคุณชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้แก้มเป็นสีชมพูจางๆน่ามอง ท่าทางอูยองเหมือนจะหายโกรธเขาแล้ว แถมดูจะเขินเขาเสียด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี คนเราจะเขินกันก็เพราะพอจะมีใจให้กันใช่มั้ย ชายหนุ่มชักมีความหวังขึ้นมา

 

“ฉันยิงให้นายต่างหาก เห็นนายอยากได้” ผู้พันหนุ่มบอกตามความจริง

 

อีกครั้งที่คำพูดธรรมดาๆ ตรงๆทื่อๆ เขย่าหัวใจอูยอง!

 

ก็...ถ้าตั้งใจอย่างงั้น...รับไว้ก็คงไม่เป็นไรหรอก..มั้ง’ อูยองคิดอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปรับตุ๊กตามา แต่ไม่วายพูดอย่างไว้เชิง “ก็ไม่ได้อยากได้เท่าไหร่หรอก”

 

ระหว่างทางทั้งคนขายและคนเดินซื้อของมองมาที่อูยอง บางคนก็ทักให้ได้ยินว่าเก่งจังที่สอยตุ๊กตาร้านนั้นมาได้เพราะว่ายิงยากมาก อูยองเลยเดินยืดอกเล็กๆ นิชคุณแม่นปืนจริงๆด้วย นี่ถ้าอีกหน่อยเขาชวนนิชคุณไปยิงปืนล่ารางวัลตามร้านหรืองานต่างๆต้องสนุกแน่ๆเลย คงได้ของเพียบ นึกแล้วชักสนุกอยากไปโซลขึ้นมาเสียแล้ว ที่โซลมีตุ๊กตาเจ๋งๆเพียบเลย

 

นิชคุณชำเลืองมองเด็กหนุ่มข้างๆที่เดินอมยิ้มกอดตุ๊กตาอยู่ข้างๆ เหมือนเด็กที่ดีใจได้ของเล่น รอยยิ้มอูยองกลายเป็นของน่ามองไปแล้วสำหรับเขา “หายงอนแล้วสิ”

 

!!!!

 

อูยองถึงกับหันขวับไปมองชายหนุ่มข้างๆทันที หายงอน? ใครง๊อนนนนนนน กูหรอ? ไม่ได้ง๊อน! แค่ไม่อยากพูดด้วยแล้วก็ไม่อยากมองหน้าหรอก!’

 

“ผมเปล่า!!” บอกพร้อมเมินหน้าไปทางอื่น เขาไม่ได้งอนเสียหน่อย คนจะงอนกันก็ต้องมีใจให้กันสิ เขาไม่ได้มีใจให้นิชคุณเสียหน่อยจะไปงอนทำไม! เนอะ!

 

“เปล่าก็เปล่า” เสียงทุ้มมีแววอารมณ์ดี

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิดนึงก่อนจะตวัดตาเรียวมองหน้าผู้พันหนุ่มอย่างดุๆ นึกเคืองนิชคุณที่พูดเหมือนจะเชื่อแต่น้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่เชื่อเลยสักนิด

 

นิชคุณอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางดุๆของอูยอง ตาคมมองมือเล็กที่ยังคงกอดตุ๊กตาหมาไม่ยอมวาง นี่ถ้าเขารู้ว่าตุ๊กตาหมาใช้ง้ออูยองได้ เขาทำไปนานแล้ว! ไม่ยืนรอเป็นนานสองนานหรอก!

 

อูยองปีนขึ้นนั่งบนรถจี๊ปอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา ก่อนจะฉุกคิดได้ว่ายังมีเรื่องคาใจเขาอีกเรื่อง “ผู้พันไปปูซานมาหรอครับ”

 

นิชคุณชะงักมือที่กำลังจะสตาร์ทรถ พร้อมหันไปมองคนข้างๆ “ใช่”